26 April 2021

Iris Van Herpen

ดีไซน์เนอร์หญิงผู้สั่นสะเทือนวงการแฟชั่น

ขอบเขตของแฟชั่นจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนก็คงจะไม่มีใครตอบได้ วงการแฟชั่นเต็มไปด้วยสิ่งที่ทำให้เราแปลกใจได้ตลอดเวลา เรามักจะเห็นชุดดีไซน์ล้ำ ที่มาท้าทายคำจำกัดความของคำว่า ‘เครื่องแต่งกาย’ บนรันเวย์เสมอๆ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ ‘Iris Van Herpen’ ดีไซน์เนอร์สาวผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่น ผู้ทลายกรอบของวิถีโอตกูตูร์ด้วยการผสานนวัตกรรมเข้ากับงานฝีมือ


Iris Van Herpen
Iris Van Herpen คือใคร?

Iris Van Herpen (ไอริส วาน เฮอร์เพน) คือดีไซน์เนอร์หญิงชาวดัตช์วัย 36 ปี ที่โด่งดังจากการนำเทคโนโลยีและวัสดุสุดแหวกมาใช้ในการรังสรรค์ชุดโอตกูตูร์ ไอริสฉายแววด้านแฟชั่นตั้งแต่ยังเด็ก โดยเธอเริ่มทำเสื้อผ้าด้วยมือตั้งแต่อายุ 12 ปี ภายหลังเธอได้เข้าเรียนต่อด้านแฟชั่นที่มหาวิทยาลัย ArtEZ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้ไปฝึกงานที่ห้องเสื้อชื่อดังอย่าง Alexander McQueen ในกรุงลอนดอน นี่ถือเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตของเธอ เพราะเธอได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือสร้างสรรค์ผลงานจากเนื้อผ้าและวัสดุต่างๆ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก หลังจากสั่งสมประสบการณ์จนมากพอ ไอริสได้ตัดสินใจเปิดห้องเสื้อเป็นของตัวเองในปี 2007 และได้โชว์คอลเล็กชันแรกที่ Amsterdam Fashion Week ในปีเดียวกันนั้นเอง


อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เธอฉีกออกจากกรอบของวงการแฟชั่น


วัยเด็กของไอริสส่งผลอย่างมากต่อชิ้นงานของเธอ ไอริสเติบโตมาในต่างจังหวัดที่ห่างไกล เธอมีความหลงไหลในวิทยาศาสตร์และการเต้นบัลเลต์เป็นอย่างมาก โดยไอริสเรียนบัลเลต์อย่างจริงจังจนถึงอายุ 16 ปี สิ่งนี้เองที่ทำให้เธอมีความสนใจใน ‘การเคลื่อนไหว’ ของร่างกายเป็นพิเศษ ซึ่งเราสามารถเห็นมันสะท้อนออกมาในชิ้นงานของเธอได้อย่างชัดเจน โดยชุดส่วนมากของเธอจะมีคุณสมบัติของความเป็น Illusion อยู่ในตัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกราวกับชุดนั้นมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ


จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอก้าวออกจากกรอบของวงการแฟชั่น เริ่มมาจากการที่เธอรู้สึกว่าตัวเองถูก ‘จำกัด’ จากการที่ต้องใช้วัสดุ เครื่องมือ และเทคนิคเดิมๆ ตามแบบแผนของโอตกูตูร์ บวกกับแรงบันดาลใจจากวัยเด็กของเธอ ที่ส่วนมากจะเป็นไอเดียสุดแปลกใหม่ ซึ่งวิถีตามแบบแผนเดิมๆ ไม่สามารถเติมเต็มไอเดียในหัวของเธอให้ออกมาเป็นจริงได้ ทำให้เธอเริ่มเสาะหาเครื่องมือ เทคนิค และวัสดุใหม่ๆ มาใช้ในการรังสรรค์ชุด ไอริสเคยกล่าวในการให้สัมภาษณ์หนึ่งว่า วัสดุบางประเภทที่เธอนำมาใช้ยังไม่มีชื่อเรียกด้วยซ้ำ เพราะยังเป็นวัสดุใหม่ที่อยู่ในช่วงทดลอง โดยวัสดุสุดแปลกที่เธอเคยนำมาใช้ในการตัดเย็บชุดจนทุกคนต้องร้องว้าวก็มีตั้งแต่เหล็กโครงร่ม, โซ่จักรยาน และตาข่ายเหล็กขึ้นสนิม


Iris Van Herpen

When Technology Meets Craftsmanship


คงจะพอเห็นภาพกันแล้วว่าไอริสได้ทลายกำแพงและกรอบเดิมๆ ของวงการแฟชั่นไปมากขนาดไหน แต่นอกจากการเลือกใช้วัสดุสุดแปลกใหม่ สิ่งที่ทำให้เธอโด่งดังก็คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างสรรค์ชุดดีไซน์สุดล้ำ จนเราไม่อาจใช้เพียงคำว่า ‘ตัดเย็บ’ มานิยามขั้นตอนการผลิตของเธอได้อีกต่อไป โดยนวัตกรรมหลักๆ ที่เธอนำมาใช้ในการรังค์สรรค์ชุดคือ 3D Printing และ Laser Cutting ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้เธอมีอิสระมากขึ้นกับการใส่ลูกเล่นลงไปในวัสดุต่างๆ ทำให้เธอสามารถสร้างสรรค์ลวดลายสุดยูนีค ที่ผสานความประณีตและความเป็น futuristic ได้อย่างลงตัว งานเธอจึงมีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก

ที่ว่าล้ำนี่ล้ำขนาดไหน? ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออก ลองมาดูผลงานของเธอกัน


Iris Van Herpen Splash!

ผลงานชิ้นนี้มาจากคอลเล็กชัน Fall/ Winter 2011 Couture ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ไอริสได้ทำร่วมกับเว็บไซต์ Showstudio ของช่างภาพชาวอังกฤษ ผลงานนี้มีชื่อว่า ‘Splash!’ ไอริสได้จำลองน้ำขึ้นมาจากพลาสติกใสชนิด PETG โดยใช้ความร้อนจากเครื่องพ่นไฟและใช้คีมเพื่อจัดแต่งรูปร่างของน้ำ เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและประณีตเป็นอย่างมาก

Iris Van Herpen Infinity

ผลงานไฮไลท์จากคอลเล็กชัน ‘Hypnosis’ ประจำซีซัน Fall/ Winter 2019 Couture ในคอนเซปต์ที่มุ่งหวังจะสะท้อนความสวยงามและความซับซ้อนของธรรมชาติสุดละเอียดอ่อน ครั้งนี้เธอได้ร่วมงานกับศิลปิน Kinetic Sculpture ชื่อดังอย่าง Anthony Howe ผู้รังสรรค์ผลงานประติมากรรมเคลื่อนไหวด้วยแรงลม การ collab ครั้งนี้ได้สร้างโชว์สะเทือนวงการแฟชั่น เพราะเป็นการผสานเอาการเคลื่อนไหวมาใส่ในเครื่องแต่งกายได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ สะกดผู้ชมได้ราวกับต้องมนตร์


ข่าวดี! สำหรับผู้ที่หลงไหลในแฟชั่นหรืออยากไปชมผลงานสุดล้ำเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง ทาง Haute Couture Experience ผู้ประสานงานแบรนด์ Haute Couture​ เจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศ​ไทยได้ร่วมมือกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ นำผลงานระดับโลกของเธอมาจัดแสดงในเอเชียเป็นครั้งแรกกับ ‘Iris Van Herpen - Pop Up Exhibition’ สัมผัสความอลังการของชุดโอตกูตูร์ได้แล้ววันนี้ ที่ Central Embassy ชั้น 2 บริเวณทางเชื่อมชิดลม งานนี้เข้าชมฟรี 17 มีนาคม - 16 พฤษภาคมนี้


ที่มา :
Iris Van